สิทธิเก็บกิน คืออะไร มีกี่แบบ จัดสรรอย่างไรให้ลงตัว?
หนึ่งในปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวที่พบเห็นได้บ่อยคือการจัดการทรัพย์สินและที่ดินมรดกไม่ลงตัว และสิทธิเก็บกินก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางกฎหมายที่เข้ามาช่วยจัดการปัญหาดังกล่าวได้อย่างดีเยี่ยม แต่สิทธิดังกล่าวก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องศึกษาให้ดี เพราะหากจัดสรรไม่ดีก็อาจเป็นชนวนเหตุของปัญหาตามมาในภายหลัง บทความนี้มีข้อมูลที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับสิทธิดังกล่าว เพื่อให้คุณวางแผนจัดการมรดกได้อย่างลงตัวที่สุด
บ้านหรูเชียงใหม่ ทำเลหางดง พร้อมเข้าอยู่
โปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ซื้อวันนี้ ลดราคาพิเศษ ติดต่อรับข้อเสนอทันที
สิทธิเก็บกิน คืออะไร
สิทธิเก็บกิน คือ ทรัพยสิทธิประเภทหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เจ้าของที่ดินมอบให้แก่บุคคลหนึ่ง เรียกว่า “ผู้ทรงสิทธิเก็บกิน” โดยมอบอำนาจในการครอบครอง ใช้ประโยชน์ จัดการ รวมถึงมีสิทธิได้รับรายได้จากทรัพย์สินนั้นๆ เช่น ค่าเช่า หรือผลผลิตทางการเกษตร แม้ตนเองจะไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ก็ตาม สิทธิประเภทนี้สามารถจดทะเบียนได้ทั้งแบบมีกำหนดระยะเวลาและแบบตลอดชีวิตของผู้ทรงสิทธิ ส่วนใหญ่นิยมใช้ในการวางแผนมรดกเพื่อให้ผู้ใหญ่มีที่อยู่อาศัยและรายได้เลี้ยงชีพจนกว่าจะเสียชีวิต
สิทธิเก็บกิน ข้อดีข้อเสีย มีอะไรบ้าง?
1. ข้อดี
- ได้สิทธิในการบริหารจัดการ: ผู้ทรงสิทธิสามารถนำที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างไปปล่อยเช่าเพื่อเก็บเงินค่าเช่ามาเลี้ยงชีพได้เสมือนเป็นเจ้าของเอง
- วางแผนมรดกได้แบบล่วงหน้า: เหมาะสำหรับพ่อแม่ที่ต้องการโอนที่ดินล่วงหน้าให้กับลูกหลาน แต่ยังต้องการอำนาจในการอยู่อาศัยและเก็บกินในที่ดินนั้นอยู่
- ความมั่นคง: กรณีที่จดทะเบียนแบบตลอดชีวิต ผู้ทรงสิทธิสามารถอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในที่ดินได้จนวันสุดท้ายของชีวิต โดยที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่มีสิทธิไล่ออก
- คุ้มครองการเปลี่ยนเจ้าของ: หากเจ้าของกรรมสิทธิ์ขายที่ดินหรือเสียชีวิต สิทธิเก็บกินจะยังคงติดไปกับผู้ทรงสิทธิ เจ้าของใหม่ไม่สามารถยกเลิกสิทธินี้ได้จนกว่าจะครบกำหนดหรือผู้ทรงสิทธิเสียชีวิต
- ค่าธรรมเนียมถูก: คนส่วนใหญ่มักเลือกจดแบบไม่มีค่าตอบแทน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แม้จะเป็นชาวต่างชาติกับคนไทย ก็สามารถระบุว่าให้สิทธิกันโดยเสน่หา เพื่อให้เสียค่าธรรมเนียมไม่ถึงหลักร้อยบาท
2. ข้อเสีย
- สิทธิเฉพาะตัว: สิทธิเก็บกินเป็นสิทธิเฉพาะบุคคลไม่สามารถโอนต่อทางมรดกได้ เมื่อผู้ทรงสิทธิเสียชีวิต สิทธินั้นจะสิ้นสุดทันทีและกลับไปเป็นของเจ้าของกรรมสิทธิ์
- ขอบเขตอำนาจ: ผู้ทรงสิทธิมีสิทธิแค่เก็บกิน แต่ไม่มีสิทธิขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับผู้อื่น และไม่สามารถนำที่ดินไปจำนองกับธนาคารได้ด้วยตัวเอง
- ความยุ่งยากในการขาย: หากเจ้าของกรรมสิทธิ์ต้องการจะขายที่ดินนั้นทำได้ยากมาก เนื่องจากเป็นที่ดินติดภาระจำยอมเพราะมีคนอาศัยอยู่ตลอดชีวิต ทำให้นักลงทุนหรือธนาคารเลือกที่จะไม่รับที่ดินที่มีสิทธิเก็บกินติดอยู่
- หน้าที่ในการบำรุงรักษา: ผู้ทรงสิทธิต้องรักษาทรัพย์สินให้อยู่ในสภาพดีและเสียภาษีบำรุงท้องที่ หากทำทรัพย์สินเสียหาย กรณีที่เกิดปัญหา เจ้าของกรรมสิทธิ์สามารถฟ้องร้องได้
- ความเสี่ยงต่อเจ้าของ: หากจดสิทธิไปให้คนอื่นแล้วเกิดความขัดแย้งในภายหลัง เจ้าของกรรมสิทธิ์แทบจะทำอะไรกับที่ดินตัวเองไม่ได้เลย จนกว่าผู้ทรงสิทธิจะยินยอมยกเลิกหรือเสียชีวิต
สิทธิเก็บกิน มีกี่แบบ อะไรบ้าง?
1. สิทธิเก็บกิน
เป็นการจดทะเบียนเริ่มต้นเพื่อมอบสิทธิให้บุคคลอื่นครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินทั้งแปลงเสมือนเป็นเจ้าของเอง โดยทั่วไปแล้วจะจดทะเบียนแบบตลอดชีวิตหรือตามระยะเวลาที่กำหนด
2. สิทธิเก็บกินเฉพาะส่วน
เป็นสิทธิที่ใช้ในกรณีที่ที่ดินมีเจ้าของร่วมกันหลายคน หรือต้องการมอบสิทธิให้เพียงบางส่วนเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ที่ดิน 1 แปลง มีเจ้าของร่วม 2 คน ได้แก่ นาย ก. และ นาย ข. แต่เราไปขอสิทธิเก็บกินแค่พื้นที่ในส่วนของ นาย ก. คนเดียว หรือขอแค่พื้นที่ครึ่งซ้ายของแปลงเพื่อปลูกผัก ส่วนพื้นที่ที่เหลือยังคงเป็นของนาย ก. และ นาย ข. เช่นเดิม
3. ครอบสิทธิเก็บกิน
เป็นสิทธิที่ใช้เมื่อที่ดินแปลงเดิมมีสิทธิเก็บกินอยู่แล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน เช่น การรวมที่ดินหลายแปลงเข้าด้วยกัน หรือเกิดการแบ่งแยกโฉนดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เรามีสิทธิเก็บกินในที่ดินแปลงใหญ่ 1 แปลง ต่อมาเจ้าของเขาอยากแบ่งที่ออกเป็น 3 แปลงย่อยเพื่อแจกให้ลูกๆ กฎหมายบอกว่าสิทธิของเราที่เคยมีจะตามไปครอบทั้ง 3 แปลงนั้นด้วย หมายความว่าสิทธิเรายังอยู่ครบเหมือนเดิม ลูกๆ ของเจ้าของจะมาไล่เราไม่ได้
4. ปลอดสิทธิเก็บกิน
เป็นสิทธิที่ใช้ในกรณีที่แบ่งแยกที่ดินออกมาใหม่โดยไม่มีสิทธิเก็บกินติดมาด้วย ยกตัวอย่างเช่น เรามีสิทธิเก็บกินในที่ดินแปลงใหญ่ 1 แปลง แล้วเจ้าของขอให้แปลงที่จะขายปลอดสิทธิของเราได้ไหม (หมายถึงให้เราสละสิทธิแค่แปลงนั้น) เพื่อให้คนที่มาซื้อใหม่ได้ที่ดินโดยที่เราไม่เข้าไปวุ่นวาย
5. เลิกสิทธิเก็บกิน
เป็นการจดทะเบียนเพื่อยกเลิกสิทธิเก็บกินที่เคยมีอยู่บนโฉนดให้หมดสิ้นไป ส่วนสาเหตุการเลิกเกิดขึ้นได้หลายกรณี เช่น ครบกำหนดเวลาในสัญญา ผู้ทรงสิทธิเสียชีวิต หรือทั้งสองฝ่ายตกลงยกเลิกสิทธิกันเองก่อนกำหนด เพื่อให้เจ้าของกรรมสิทธิ์มีสิทธิเต็มที่ในที่ดินอีกครั้ง
4 ตัวอย่างสิทธิเก็บกินแบบเข้าใจง่าย
1. การบริหารจัดการทรัพย์สินเพื่อความมั่นคงในครอบครัว
กรณีที่คุณต้องการซื้อบ้านมือสอง เชียงใหม่ เพื่อให้ลูกถือครองกรรมสิทธิ์ แต่คุณเองก็ยังต้องการอำนาจในการตัดสินใจและอยู่อาศัย การจดทะเบียนสิทธิเก็บกินจะช่วยให้พ่อแม่ยังคงมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ในบ้านหลังนั้นได้ตลอดชีวิต แม้ในทางกฎหมายชื่อเจ้าของจะเป็นของลูกแล้วก็ตาม วิธีนี้ช่วยป้องกันปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวและมั่นใจได้ว่าผู้ใหญ่จะมีที่พำนักที่มั่นคงในช่วงบั่นปลาย
2. การสร้างรายได้จากการลงทุนอสังหาริมทรัพย์
หากคุณวางแผนลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หางดง เชียงใหม่ โดยการซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้คนในครอบครัวเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ แต่คุณต้องการเป็นผู้บริหารจัดการรายได้เองทั้งหมด การใช้สิทธิเก็บกินจะช่วยให้คุณมีสิทธินำอสังหาริมทรัพย์นั้นไปปล่อยเช่า และเก็บดอกผลหรือค่าเช่าทั้งหมดเข้าบัญชีตัวเองได้อย่างถูกกฎหมาย ช่วยให้การบริหารกระแสเงินสดจากการลงทุนมีความคล่องตัวสูง
3. การคุ้มครองสิทธิในการอยู่อาศัยระยะยาว
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์เมืองเหนือและซื้อบ้านมินิมอล เชียงใหม่เก็บไว้สักหลัง การจดทะเบียนสิทธิเก็บกินถือเป็นทางเลือกยอดนิยมในการคุ้มครองสิทธิผู้อยู่อาศัย เพราะสิทธินี้จะติดไปกับตัวทรัพย์สินเสมอ แม้ในอนาคตจะมีการเปลี่ยนตัวเจ้าของกรรมสิทธิ์ แต่ผู้ทรงสิทธิเก็บกินก็ยังคงมีสิทธิอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดิมได้ตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกบังคับให้ออกจากพื้นที่
4. การวางแผนมรดกในทำเลศักยภาพ
การมอบกรรมสิทธิ์ที่ดินในทำเลทองอย่างหมู่บ้านใกล้สนามบิน เชียงใหม่ ให้เป็นมรดกแก่ทายาทไว้ล่วงหน้าสามารถทำได้โดยไม่ต้องรอลงลายลักษณ์อักษรในพินัยกรรม เพียงแค่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกแล้วจดทะเบียนสิทธิเก็บกินพ่วงท้ายไว้ วิธีนี้จะทำให้ลูกได้เป็นเจ้าของที่ดินทันที แต่สิทธิในการใช้งานและการจัดการทรัพย์สินทั้งหมดจะยังคงอยู่ที่ตัวคุณจนกว่าจะล่วงลับ นอกจากจะปลอดภัยต่อกระแสเงินสดของคุณแล้วยังลดปัญหาการฟ้องร้องในอนาคตได้อีกด้วย
จดทะเบียนสิทธิเก็บกิน เสียค่าธรรมเนียมเท่าไหร่
ในกรณีที่มีค่าตอบแทนจะเสียค่าธรรมเนียม 1% และอากรแสตมป์ 0.5% ของจำนวนเงินค่าตอบแทน
ส่วนกรณีที่ไม่มีค่าตอบแทนจะเสียค่าธรรมเนียมแปลงละ 50 บาท
จดสิทธิเก็บกิน เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง
1. กรณีที่เป็นเจ้าของที่ดินและผู้รับสิทธิ
- โฉนดที่ดินตัวจริง (ฉบับเจ้าของที่ดิน)
- บัตรประชาชน (ตัวจริง)
- ทะเบียนบ้าน (ตัวจริง)
- หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
- ทะเบียนสมรส หรือใบหย่า (ถ้ามี)
2. กรณีที่เป็นสินสมรส
ใช้เอกสารเหมือนกรณีแรก เพียงแต่มีเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
- หนังสือยินยอมจากคู่สมรส (กรณีที่คู่สมรสไม่ได้เดินทางมาด้วย)
- สำเนาบัตรประชาชนของคู่สมรส
3. กรณีที่ผู้รับสิทธิเป็นชาวต่างชาติ
ใช้เอกสารเหมือนกรณีแรก เพียงแต่มีเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
- หนังสือเดินทางตัวจริงพร้อมสำเนา
- ล่าม (กรณีที่ชาวต่างชาติสื่อสารภาษาไทยไม่ได้และเพื่อเซ็นรับรองในบันทึกการสอบสวน)
4. กรณีจดทะเบียนในนามนิติบุคคล/บริษัท
ใช้เอกสารเหมือนกรณีแรก เพียงแต่มีเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
- หนังสือรับรองบริษัท (อายุไม่เกิน 1 เดือน)
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
- รายงานการประชุมบริษัท ที่มีมติให้จดทะเบียนสิทธิเก็บกิน
- บัตรประชาชนของกรรมการ ผู้มีอำนาจลงนาม
ขั้นตอนการจดทะเบียนสิทธิเก็บกิน
- เตรียมเอกสารและนัดหมาย: ตรวจสอบโฉนดที่ดินตัวจริงและเตรียมเอกสารส่วนตัวของทั้ง 2 ฝ่ายให้ครบถ้วน
- ติดต่อประชาสัมพันธ์: เพื่อรอรับบัตรคิวและคำขอจดทะเบียน
- ยื่นเอกสารและสอบสวนสิทธิ: เจ้าหน้าที่จะเรียกทั้งสองฝ่ายไปสอบถามข้อมูล เช่น ความสัมพันธ์, วัตถุประสงค์ในการจด, ระยะเวลา (กี่ปี หรือตลอดชีวิต) มีค่าตอบแทนหรือไม่
- ลงนามในเอกสาร: เจ้าหน้าที่จะพิมพ์หนังสือสัญญาและบันทึกข้อตกลงมาให้ทั้งสองฝ่ายตรวจสอบความถูกต้องแล้วเซ็นชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่
- ชำระค่าธรรมเนียม: นำใบสั่งจ่ายเงินไปชำระที่ฝ่ายการเงิน เพื่อรับใบเสร็จรับเงิน
- เจ้าพนักงานลงนามและจดทะเบียน: เจ้าพนักงานที่ดินจะตรวจสอบความถูกต้องและลงชื่อกำกับในโฉนดและสัญญา
- รับโฉนดคืน: รับโฉนดที่ดินตัวจริงพร้อมคู่ฉบับสัญญาไว้เป็นหลักฐาน
สรุป: จัดสรรสิทธิเก็บกินอย่างไรให้ลงตัว?
การจัดสรรสิทธิเก็บกินให้ลงตัวต้องเน้นความสมดุลระหว่างสิทธิและความเสี่ยง คุณต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่าจะจดแบบตลอดชีวิตเพื่อความมั่นคง หรือระบุจำนวนปีเพื่อความคล่องตัวในการบริหารทรัพย์สินในอนาคต หากทำในครอบครัวควรจดแบบไม่มีค่าตอบแทนเพื่อประหยัดค่าธรรมเนียม แต่หากใช้กับชาวต่างชาติหรือเชิงธุรกิจควรทำสัญญาแนบท้าย ระบุหน้าที่การดูแลรักษาทรัพย์สินและภาระภาษีให้ชัดเจนเพื่อป้องกันความขัดแย้ง
และอย่าลืมว่าสิทธินี้ไม่สามารถขายหรือโอนมรดกได้ ดังนั้นคุณต้องมั่นใจว่าต้องการยกอำนาจการใช้ประโยชน์ให้กับผู้ทรงสิทธิจริงๆ ก่อนตัดสินใจจดทะเบียน เพราะหากคุณเปลี่ยนใจหรือเกิดความขัดแย้งในภายหลังแล้วอาจเกิดความยุ่งยากในการเพิกถอนสิทธิตามมาได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดสรรสิทธิเก็บกิน
แนะนำโครงการบ้านเชียงใหม่ Rochalia
หนึ่งในโครงการบ้านจัดสรร บ้านสไตล์โมเดิร์น เชียงใหม่ ที่ตอบโจทย์คนเมืองอย่างแท้จริง โครงการตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพย่านหางดง ใกล้สนามบินเชียงใหม่ เซ็นทรัลแอร์พอร์ต และเส้นทางหลักของเมือง เดินทางเพียง 10 นาทีถึงจุดสำคัญต่าง ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตใกล้เมืองแต่ยังคงความสงบและความเป็นส่วนตัว
